ทำไมบางคนเห็นโอกาส แต่บางคนไม่

ราคาไม่เกิน 30 บาท

เป็นโจทย์ที่ผมตั้งไว้ในใจ ตอนที่เดินดูสินค้าใน 7/11 ใกล้บ้าน

จุดมุ่งหมายของภารกิจเช้านี้คือ เลือกสินค้าหนึ่งอย่างใน 7/11 ที่ราคาไม่เกิน 30 บาท

แล้วเอากลับมาลองวิเคราะห์ โอกาสในการนำไปขายบน Amazon

ผมเชื่อว่า ตัวอย่างสินค้าง่ายๆ ใกล้ตัว จะช่วยกระตุ้นไอเดียให้คนที่สนใจ และจริงจังกับการเริ่มต้นขายสินค้าบน Amazon ไม่มากก็น้อยครับ

amazon product selection

หลักการเลือกสินค้ามาสร้างแบรนด์

ต้องบอกซ้ำๆย้ำๆ ก่อนว่า ในบทความนี้จุดประสงค์คือ การเลือกสินค้ามาวิเคราะห์เพื่อต่อยอดไปสู่การสร้างแบรนด์ ไม่ได้แค่เลือกสินค้ามาขาย

แนวทางการขายสินค้าแบบปั้นแบรนด์ หรื Private Label สามารถพบเห็นได้ใกล้ๆ ตัวครับ

เช่น ถ้าคุณไปเดิน Big C จะเห็นแชมพูยี่ห้อที่ผลิตและขายเองโดย Big C อาจขายที่ราคาเท่ากันหรือถูกกว่าแบรนด์อื่นๆ ในท้องตลาด

นี่คือแนวทางสินค้าที่เราจะเลือกวิเคราะห์กันในบทความนี้

อีกเรื่องสำคัญที่ต้องแจ้งไว้ก่อนก็คือ

ผมจะวิเคราะห์ข้อมูลในด้าน Keyword และโอกาสในการแข่งขันเท่านั้น จะไม่พูดถึงกฏระเบียบของสินค้าที่หยิบยกมาเป็นเคส

หลายครั้งที่ผมยกตัวอย่างสินค้า แล้วมีเพื่อนๆ ส่งคำถามว่า

“สินค้านี้มันจะส่งไปได้เหรอ มันเป็นของเหลวนะ”

“สินค้านี้มันมีส่วนผสมที่เป็นไม้นะ จะไม่ติด pesticide เหรอ”

กฏระเบียบเหล่านี้ผมจะไม่หยิบมาพิจารณาในบทความนี้ครับ เพราะนั่นคือสิ่งที่ Seller ต้องนำไปศึกษาต่อยอดเพิ่มเติม

สินค้าแต่ละหมวดหมู่แต่ละชนิด มีรายละเอียดมีกฏระเบียบมากมาย

บางคนมองกฏเกณฑ์เป็นกำแพง บางคนมองเป็นโอกาส

สรุปสั้นๆ ในบทความนี้เราจะวิเคราะห์หาโอกาสเพื่อสร้างแบรนด์ให้สินค้า ด้วยเกณฑ์หลักๆ 3 ข้อ

  1. Keyword ต้องมีลูกค้นหาและเราแข่งขันได้
  2. ต้นทุนในการเริ่มไม่สูงเกินไป
  3. มีช่องทางให้ขยับต่อยอดสินค้าได้

Keyword มีความสำคัญมากๆ โดยเฉพาะการขายของใน marketplace อย่าง Amazon, eBay, etsy

https://www.facebook.com/donottellmyboss/photos/a.244637515673956/1526291210841907/

กระดาษซับมัน

IMG 0020 — 1

สินค้าตัวนี้มีคนไทยนำไปขายใน Amazon น่าจะหลายคนละ

แค่ลองเอาคำเด่นๆ ที่ตัวสินค้าไปค้นหาบน Amazon ก็เจอ แล้วก็เลือกที่จะสร้างลิสใหม่ ไม่เล่นเกมส์ Buy Box

Image 2563 01 04 at 11.16.55 AM — 2

จุดสำคัญและผมอยากชวนให้คุณตั้งคำถามต่อก็คือ

จริงๆ แล้ว ลูกค้าเขาค้นหาสินค้าด้วยคำนั้น จริงรึเปล่า ?

จากตัวอย่างแรกนี้ เราลองค้นด้วยคำว่า “oil control film”

อเมซอนพบสินค้าประมาณ 125 รายการเท่านั้น

จริงๆ แล้วสินค้าประเภทนี้ ควรจะมีสินค้าที่แสดงออกมามากกว่านี้ เพราะมันคือ สินค้าสามัญ ใครๆ ก็ขาย ใครๆ ก็ผลิต

แล้วเราจะรู้ได้ไงว่า สินค้าแบบนี้ มันควรจะเป็น Keyword อะไร ?

คำถามมี 2 ทางไปสู่คำตอบครับ

  1. ไม่เสียเงิน
  2. เสียเงิน

เริ่มที่แบบไม่เสียเงิน ด้วยการวิเคราะห์จาก list สินค้าที่ขายดีที่สุดในคำนั้นๆ ครับ

จากเคสนี้ list ที่ดูน่าจะขายดีสุดก็น่าจะเป็นเจ้านี้

Image 2563 01 04 at 11.24.56 AM — 3

(3 รายการแรกไม่นับ เพราะเป็นลิสที่เข้ามาเพราะทำโฆษณา)

หลักง่ายๆ คือ สินค้าที่ประสบความสำเร็จเขาจะทำการ optimize หรือปรับปรุงให้ได้ผลลัพธ์ที่สุด เราแค่เรียนรู้จากสิ่งที่เขาได้ทิ้งร่องรอยไว้

Image 2563 01 04 at 11.27.54 AM — 4

ที่ขีดเส้นไว้ คือคำที่ “ผมเดา” ว่าน่าจะเป็น Keyword หลักๆ ของสินค้าตัวนี้

นี่คือวิธีที่ไม่ต้องเสียเงินครับ จ่ายแค่เวลากับประสบการณ์

อีกวิธีคือจ่ายเงิน ให้โปรแกรมช่วยวิเคราะห์

JungleScout เป็นโปรแกรมสำหรับคนขายของใน Amazon ที่ผมหยิบมาสาธิตวิธีการใช้งาน และพูดถึงบ่อย

https://www.facebook.com/donottellmyboss/photos/a.244637515673956/1525000834304278/

หนึ่งในความสามารถของมันก็คือการ reverse engineer เพื่อดูว่าสินค้านั้นๆ มี Keyword อะไรที่เกี่ยวข้องกับมันบ้าง

วิธีการง่ายๆ ก็แค่เอา ASIN ของสินค้า ไปใส่ในช่องค้นหา (Search) ตามรูป

Image 2563 01 04 at 11.34.41 AM — 5

เราก็จะได้ชุด Keyword ที่ระบบตรวจสอบได้จากลิสสินค้า

หน้าที่จากนี้ของเราก็คือ “วิเคราะห์”

ตัดคำที่ไม่ใช่ และหาคำที่เรามีโอกาส

Image 2563 01 04 at 11.36.47 AM — 6

ผมติ๊กเลือก keyword ที่ “ตรง” กับสินค้าจริงๆ และมีปริมาณค้นหาต่อเดือน (30-Day Search Volume (Exact)) เกิน 500

เพื่อสร้างชุด Keyword List ให้สินค้าตัวนี้

Image 2563 01 04 at 11.42.29 AM — 7

ผมเลือกให้ความสนใจ 3 คอลัมม์

  1. Search Volume ปริมาณการค้นหา ยิ่งมากยิ่งดี แต่มากก็อาจจะคู่แข่งมากตามไปด้วย
  2. PPC Bid ราคา (ประมาณ) ค่าโฆษณาต่อคลิก ยิ่งค่านี้สูง ก็หมายความว่า คำนั้นมีการแข่งขันสูง (เกิน 1 usd สำหรับผมจัดว่าหนัก)
  3. Ease to Rank ค่านี้แค่ช่วยให้เราเห็นภาพกว้างๆ ว่าในคำนี้ โอกาสที่เราจะทำอันดับดีๆ ยากหรือง่ายแค่ไหน (100 คือง่ายมาก)

ขั้นตอนต่อจากนี้ เป็นกระบวนการที่ต้องใช้เวลา โดยการที่ไล่ดูทีละ keyword บนหน้าเว็บ Amazon จริงๆ ว่า หน้าตาคู่แข่งและสภาพการแข่งขันเป็นอย่างไรบ้าง

Image 2563 01 04 at 11.54.56 AM — 8

จะว่าไปก็คล้ายๆ การประกวดนางงามเหมือนกันครับ รอบแรกๆ ก็ประเมินจากข้อมูล จากนั้นต้องนั่งวิเคราะห์จากสนามจริง

จากรูปด้านบน ผมเริ่มที่ keyword ที่มีปริมาณการค้นหามากที่สุด “blotting paper”

พบว่า มีปริมาณคู่แข่งแค่ 150 รายการ

มีลิสที่ซื้อโฆษณา (Amazon Sponsor Ads) แค่ 1 (ไม่นับ Header ads)

และที่สำคัญ

ลิสที่มีจำนวนรีวิวไม่มาก (หลักหน่วย หลักสิบ) สามารถทำอันดับได้ดี

ประเมินได้ว่า keyword คำนี้ยังมีพื้นที่มีโอกาสให้กับลิสสินค้าใหม่ๆ อยู่

มีบาง keyword ที่พอคลิกไปดูผลการค้นหาบน Amazon พบว่าไม่ตรงกับสินค้า ก็จะตัดคำนี้ออกจากลิส

Image 2563 01 04 at 12.02.23 PM — 9

อย่างที่บอกครับ ขั้นตอนสุดท้ายนี้ อาจใช้เวลานานหน่อย

แต่การคลุกอยู่กับ keyword และสินค้านานก็ยิ่งทำให้คุณเข้าใจตลาดและเห็นคู่แข่งมากยิ่งขึ้น

ประเมินเป็นเกณฑ์คะแนน 7/10

เหตุผลที่ต้องหักคะแนนออกเพราะ สินค้ามีราคาขายเฉลี่ยต่ำไปหน่อย เมื่อเอาค่าใช้จ่ายต่างๆ มาคิดแล้ว ส่วนต่างเหลือน้อยไปนิด

โปรแกรม JS ถ้าสินค้าตัวไหนทำ FBA ให้คุณคลิกที่ตัวเลข Net

ระบบจะแสดงรายละเอียดค่าธรรมเนียมต่างๆ ออกมา

ถ้าคุณรู้ราคาต้นทุนสินค้า (ค่าของ+ค่าส่ง) ก็สามารถประเมินกำไรต่อออเดอร์ได้ทันที

Image 2563 01 04 at 12.16.17 PM — 10

ทั้งนี้ทั้งนั้น อาจจะประเมินคู่กับต้นทุนสินค้าด้วย

Image 2563 01 04 at 12.09.33 PM — 11

แนวทางต่อจากนี้ ผมอาจจะลองซื้อสินค้าจาก 7/11 ชิ้นนี้ส่งไป FBA เพื่อทดสอบ keyword ด้วย Sponsor Ads

ถ้าผลการทดสอบเกิดเป็นยอดขาย หรือมีค่าต่างๆ ที่น่าพอใจ ก็อาจจะขยับไปสั่งผลิตในแบรนด์ของผมเอง แล้วเริ่มทำตลาดและดันอันดับใน keyword ที่ได้วิเคราะห์ไว้

สิ่งที่น่าสนใจสำหรับผมคือ บางคนเห็นโอกาสในการต่อยอดสินค้า แม้จะไม่ใช่สินค้าเหล่านี้ แต่พอจะเห็นแนวทางในการเริ่มต้น

ในขณะที่หลายคนพบเหมือนจะเห็นแต่อุปสรรค และมองว่าสินค้าตัวนี้ไม่น่าจะขายได้

อะไรทำให้เราคิดต่างกัน ?

สำหรับการเลือกสินค้าและการมองสินค้าสักชิ้น ผมคิดว่า ประสบการณ์ที่ผ่านมาของแต่ละคนน่าจะมีส่วนอย่างมาก

คนที่เคยขายหรือคลุกอยู่กับการขายสินค้าออนไลน์ ประสบการณ์ช่วยให้เขามองเห็นโอกาส และเขี่ยวให้เขารู้ว่าอะไรไม่จำเป็นต้องเสี่ยง

คนที่เห็นแต่อุปสรรคและความเป็นไปไม่ได้ ถ้าอยากคิดในมุมกลับ ต้องลองเปิดใจให้พื้นที่กับความผิดพลาด

ใช้เวลากับพื้นที่ที่เราจะเข้าไปขายสินค้า

ความสำเร็จแบบฉีกซอง เติมน้ำ แล้วรอสามนาที ไม่มีอยู่จริง – จำเป็นที่เราต้องลองทั้งผิดและถูก

คุณคิดว่าไงครับ ?

คู่มือการเลือกสินค้าขายดีบน Amazon
คู่มือการเลือกสินค้าขายดี FREE
โปรแกรมวิเคราะห์สินค้าขายดีบน amazon
ฟรี!! โปรแกรมวิเคราะห์สินค้า

Leave a Comment