สินค้า Pesticide ในการขาย Amazon

ถ้าแปลตรงตัว Pesticide ก็น่าจะเป็นสินค้าในกลุ่มยาฆ่าแมลง หรือสินค้าพวกเกษตรๆ แต่ปัจจุบันมีสินค้ากลุ่มอื่นที่ไม่น่าจะเกี่ยวโดนแบนด้วยข้อหานี้ด้วยเช่นกัน โดน amazon แบนด้วยเหตุ Pesticide นิยามของ Pesticide ของหน่วยงานที่รับผิดชอบคือ “any substance or mixture of substances intended for preventing, destroying, repelling, or mitigating any pest.“ แต่ปัจจุบันสินค้าที่ขายในอเมซอนมีการใช้ มีระบบตรวจจับมันประเมินจากข้อมูลใน product description ด้วย ทำให้สินค้าที่มี “keyword” หรือคำเหล่านี้อาจนำไปสู่การแบนได้ เช่น environmentally-friendly cleaning and sanitizing ดังนั้น แนวทางในการหลีกเลี่ยงปัญหา ป้องกันไม่ให้ลิสเราโดนระงับจากเหตุนี้ก็คือ เลี่ยงใช้คำที่เสี่ยงทั้งในตัว product list และเพคเกจจิ้ง ลงทะเบียนสินค้ากับหน่วยงานที่รับผิดชอบ นั้นก็คือ U.S. Environmental Protection Agency (EPA) โพสนี้สรุปจากบทความนี้ครับ …

Read more

แค่ขยับปรับเปลี่ยน ยอดขายก็เพิ่มมหาศาล

amazon product image

การปรับเปลี่ยนบางอย่างที่คุณมองข้ามไป อาจสร้างผลลัพธ์ที่มหาศาล ในบทความนี้ผมจะขอพูดถึง รูปสินค้าที่ขายใน Amazon โดยเฉพาะ รูปถ่ายแรก (พื้นหลังขาว) วันก่อนดูคลิปที่ฝรั่งพูดถึงผลลัพธ์ที่เกิดคาดจากการปรับเปลี่ยนรูปภาพหลัก แต่น่าเสียดายที่ในคลิปไม่มีรูป หรือตัวอย่างให้ดู เมื่อไม่นานนี้มีเพื่อนใน กลุ่ม AMZ 2.0 ถามความเห็นผมว่า “ทำไมยอดถึงแพ้คู่แข่งแม้ว่าจะให้สินค้าปริมาณเยอะกว่า แถมขายถูกกว่าด้วย??” คำตอบของผมก็ตามหัวข้อที่กำลังพูดถึงนี่แหละครับนั่นคือ รูปภาพ อันดับใน amazon ดีขึ้น ยอดขายก็มากขึ้นตาม การเลือกใช้รูป มุมมองการถ่ายและคุณภาพของรูป มันบ่งบอกหลายอย่าง นั่นเป็นเหตุผลว่า ทำไมราคาจ้างถ่ายสำหรับ pro แค่ไม่กี่รูปถึงแพงจัง ทำไมรูปบางรูปเราดูแล้ว มั่นใจเลยว่าถ่ายลง ig ทำไมรูปบางรูปเราดูแล้วเชื่อว่าคนทำเปิดหนังสือ photoshop แล้ว ทำตามทำไมกระเป๋าบางยี่ห้อ ปิดยี่ห้อไว้ คุณถึงรู้ว่ามันยี่ห้ออะไร ในคลิปวีดีโอ เขาแค่เปลี่ยนรูปแรก แต่ช่วยเพิ่ม Conversion rate ปรับเพิ่มขึ้นเกิน 2เท่า และเมื่อ Conversion rate เพิ่มแน่นอนว่าจะส่งผลต่ออันดับเวลาลูกค้าค้นหาสินค้า (search result) และยอดขาย นอกเหนือจากนั้นที่ผมอยากจะเพิ่มเติมก็คือ …

Read more

สร้าง List สินค้าใหม่ๆ ใน Amazon ทำไมขายดี ?

การสร้างลิสสินค้าใหม่ในอเมซอน จะมีช่วงเวลาโปรโมชั่นครับ ให้ผู้ขายหน้าใหม่ ได้พิสูจน์ตัวเอง (ยังไม่มีข้อมูลแน่ชัดว่าช่วง “โปรโมชั่น” นี้จะมีอายุยาวนานแค่ไหน แต่ไม่น่าเกิน 24-72 ชม) ที่ลิสสินค้าใหม่ๆ จะพุ่งขึ้นมาแทรกตัวในดงเจ้าถิ่นในช่วงเวลานี้ ถ้าสินค้าใหม่เกิดขายได้ ก็มีสิทธิที่จะได้ต่อเวลาทดสอบตัวเอง แต่ถ้าพุ่งขึ้นมาแล้วขายไม่ได้ ลิสก็จะค่อยๆ หายเข้ากลีบเมฆแห่งการแข่งขัน จริงๆ แล้ว marketplace แทบทุกที่ก็จะใช้หลักการเดียวกันนี่แหล่ะ เช่น ถ้าคุณเคยเปิดห้องให้เช่าใน Airbnb ลิสห้องใหม่ๆ ในทำเลทอง ก็มักจะมีทักมาแบบงงๆ ps. ตอนนี้ดอก Hibiscus แห้ง เป็นกระแสแรงมาในตลาด Amazon

ขายของบน Amazon กับการทำโฆษณาแบบ DSP

โฆษณาอีกรูปแบบที่อยากแนะนำ โดยเฉพาะคนที่มีสินค้าแบรนด์ตัวเองและได้ทำการ Brand Registry กับอเมซอนแล้ว นั่นคือ DSP Ads ในคลาสผมจะมีพูดถึงการทำโฆษณาเฉพาะในส่วนของ PPC เท่านั้น (ซึ่งก็จะเน้นที่การใช้เพื่อทดสอบสินค้า) แต่โฆษณาแบบ DSP นั่นแตกต่างอย่างสิ้นเชิงกับ PPC ส่วนตัวผมเองไม่เคยใช้ แต่เจอบทความนึงอธิบายไว้ดี ช่วยให้เข้าใจการทำงาน เพราะผมเองก็ทำโฆษณาในลักษณะที่เป็น Display ad อยู่ DSP จะเป็นการยิงโฆษณาสินค้าและโปรโมชั่นของเราไปหาลูกค้า โดยที่ตัว ads จะแสดงใน “เว็บอื่นๆ” ที่เปิดพื้นที่ไว้ อย่างเช่น เว็บ ไทยรัฐ (ที่เรามักจะเห็นท้ายข่าวมีโฆษณายาลดน้ำหนัก) ตรงนั้นคือพื้นที่ที่ไทยรัฐเปิดขายโฆษณานั่นเอง โดยเว็บที่เปิดพื้นที่ให้โฆษณาแบบ DSP ของอเมซอนไปแสดงก็มีมหาศาล มันจึงมีความสำคัญมากๆ กับการโฆษณาในลักษณะ re-marketing ลองนึกภาพ ลูกค้าเข้าเว็บ amazon แล้วค้นหา “ชาไทย” ปรากฏว่าลูกค้าคลิกเข้าไปดูสินค้าของคุณ โดยที่ยังไม่ซื้อ และปิดหน้าสินค้าคุณไป ในเย็นวันเดียวกันนั้น ลูกค้าคนเดิมเข้าไปอ่านข่าวในเว็บ us today แล้วโฆษณาสินค้าของคุณโชว์ขึ้นมา ลูกค้าเห็นอีกครั้งแล้วนึกขึ้นได้ …

Read more

รูปภาพแบบไหน ช่วยเพิ่มยอดขายได้มากกว่า ?

บน Amazon ส่วนประกอบหนึ่งที่สำคัญมากๆ และมีผลต่อยอดขายโดยตรงก็คือ Main Image หรือรูปภาพแรกนั้นเอง เพราะเป็นรูปที่ลูกค้าจะคลิกเข้ามาดูข้อมูลและตัดสินใจซื้อหรือไม่ซื้อแต่ข้อกำหนดของรูปนี้ก็คือ พื้นหลังต้องขาวดังนั้น รายละเอียดเล็กๆ เช่นการจัดวางของสินค้า ย่อมสร้างความแตกต่างได้ ในรูปตัวอย่างด้านล่างนี้ ถ้าให้คุณทายว่า รูปไหนขายดีกว่า คำตอบอาจจะเป็นซ้ายหรือขวา แต่มันไม่สำคัญเลย เพราะสิ่งที่สำคัญคือ ลูกค้า “โดนใจ” รูปไหนมากกว่านั่นเองถ้าคุณมีความรู้เรื่องการทำโฆษณาใน facebook, gg display คุณสามารถทำโฆษณาเพื่อเทสหาคำตอบว่า “รูปไหนโดนกว่า” ได้ไม่ยากแต่ถ้าคุณทำไม่เป็น pickfu เป็นเครื่องมือที่ช่วยคุณตัดสินใจได้ครับ หลักการคือ เราสร้างแคมเปญใน pickfu เพื่อเทสอะไร ? (จะเทสรูปเหมือนตัวอย่าง หรือจะเทส Title หรือชื่อสินค้าก็ได้) จากนั้น เลือกกลุ่มเป้าหมายคร่าวๆ และกำหนดว่าคนที่ร่วมเทส จะต้องเป็นลูกค้า Amazon FBA แล้วก็รอผลเทสได้เลย ค่าใช้จ่ายสำหรับ pickfu เมื่อเทียบกับ facebook ads แพงกว่าพอสมควร แลกมาด้วยความง่ายในการใช้งานครับ วิธีการใช้งาน สามารถดูได้ในคลิปนี้